Review : Playstation Portable (PSP) US version limited edition package - Part two

สวัสดีครับ เรามาต่อตอนที่สองกันเลยกับตัวเครื่อง Playstation Portable (PSP) ครับ ซึ่งในบทความตอนนี้ ผมคงจะเน้นในส่วนของ Hardware ล้วนๆ ครับ การใช้งาน, คุณสมบัติต่างๆ คงจะอยู่ในตอนสุดท้ายครับ สำหรับรูปในตอนที่สองนี้หากดูตรงส่วนหน้าจอจะเห็นขุ่นๆ นั่นเป็นเพราะผมติดแผ่นปิดกันหน้าจอแบบหนา จึงทำให้เห็นขุ่นๆ ครับ ถ้าหากลอกแผ่นปิดหน้าจอจะเห็นหน้าจอเป็นเงาสวยงามมากครับ


รูปที่ 1 ตัวเครื่อง PSP

การออกแบบนั้น ถือว่าทางโซนี่ทำการบ้านมาดีพอสมควรครับ ผมเห็นครั้งแรกก็สะดุดตาทีเดียว ด้วยการวางปุ่มต่างๆ และความหนาที่สามารถถือได้อย่างกระชับมือ ขนาดของตัวเครื่องคือกว้าง 6.7 นิ้ว ยาว 2.9 นิ้ว หนาเพียง 0.9 นิ้วเท่านั้น น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ประมาณ 280 กรัม ตัวเครื่อง PSP มีลักษณะคล้าย hamburger กล่าวคือด้านหน้าเป็นพลาสติกมันสีดำ แกนตรงกลางเป็นโลหะหนาสีเงิน และด้านหลังเป็นพลาสติกแข็งด้านสีดำ


รูปที่ 2 ขนาดของตัวเครื่อง PSP

ด้านหน้าของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วยปุ่มมากมาย ทางด้านซ้ายคือปุ่มบังคับทิศทาง (D-pad) ซึ่งเป็นพลาสติกแข็ง แต่ละทิศทางวางปุ่มเอียงลงสู่จุดตรงกลาง ทำให้สามารถใช้นิ้วหัวแม่มือกดได้อย่างถนัด ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการออกแบบนี้ก็คือการวางนิ้วหัวแม่มือลงไปแล้วกลิ้งนิ้วมือไปมา ก็จะเป็นการบังคับทิศทางได้อย่างง่ายดาย Analog Stick เป็นพลาสติกแบนรูปวงกลม ผิวด้านหน้าของ Analog Stick มีปุ่มนูนทำหน้าที่ในการยึดเกาะกับนิ้วหัวแม่มือเวลาบังคับทิศทาง โดยการบังคับ Analog Stick ของเครื่อง PSP นั้นจะแตกต่างจาก Analog Stick ของเครื่อง Playstaion ตรงที่เวลาบังคับจะไม่ได้โยกโดยตรง แต่จะใช้วิธีเลื่อนหัวแม่มือไปมาเท่านั้น ตัว Analog Stick สามารถดึงขึ้นตรงๆ เพื่อทำความสะอาดก้านของ Analog Stick และฐานด้านใน อันเป็นที่อยู่ของฝุ่นหรือเศษผงต่างๆ Analog Stick นี้สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยมี อุปกรณ์เสริมจำหน่ายแยกต่างหาก ด้านข้างของ Analog Stick มีไฟแสดงสถานะ 2 อัน ได้แก่ไฟแสดงสถานะการอ่าน/เขียนข้อมูลในเมมโมรีการ์ดและไฟแสดงสถานะการใช้งาน Wireless LAN ซึ่งจะมีสัญลักษณ์กำกับอยู่


รูปที่ 3-4 ปุ่มบังคับทิศทาง


รูปที่ 5-6 ปุ่มบังคับทิศทาง, Analog Stick และก้าน Analog Stick รวมถึงไฟแสดงสถานะ

ทางด้านล่างมีปุ่มควบคุมการทำงานโดยรวมอันได้แก่ปุ่ม Home, ปุ่มปรับระดับความดัง, ปุ่มปรับระดับความสว่างของหน้าจอ, ปุ่มปรับระบบเสียง, ปุ่ม Select และปุ่ม Start ตัวปุ่มทั้งหมดมีขนาดเล็ก แต่ค่อนข้างนูนออกมาจากตัวเครื่อง ทำให้สามารถกดได้อย่างไม่ยากนัก ปุ่ม Home, Select และปุ่ม Start เป็นรูปครึ่งวงกลมมีขนาดใหญ่กว่า 4 ปุ่มที่เหลือซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดังรูป


รูปที่ 7-8 ปุ่มต่างๆ ทางด้านหน้าของตัวเครื่อง

ทางด้านขวาประกอบไปด้วยปุ่ม action ทั้งสี่ ที่คุ้นเคยกันดี อันได้แก่ปุ่มสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม กากบาทและวงกลม ข้างๆ ของปุ่ม action มีไฟแสดงสถานะอีก 2 อัน คือไฟแสดงสถานะปิด/เปิดเครื่อง โดยจะเป็นสีเขียวเมื่อใช้งาน หากแบตเตอรี่ใกล้หมดจะกระพริบ และเมื่อนำเครื่อง PSP ไปชาร์จ ไฟแสดงสถานะจะเปลี่ยนเป็นสีแดง อีกอันหนึ่งเป็นไฟแสดงสถานะการป้องกันการกดปุ่มบนเครื่อง PSP โดยไม่ตั้งใจ ความจริงตรงนี้ไม่ได้เป็นหลอดไฟครับ แต่เป็นสีบนก้านปุ่ม Hold เท่านั้น เมื่อเลื่อน Hold (ป้องกันการกดปุ่ม) จะแสดงสีเหลือง แต่ถ้าอยู่ในสถานะปกติจะเป็นใสๆ ครับ


รูปที่ 9-10 ปุ่ม action ทั้งสี่และไฟแสดงสถานะ

นำรูปปุ่มต่างๆ ด้านหน้าตัวเครื่องมาให้ดูกันอีกรอบครับ สองรูปนี้เรียกว่ารูป Classic ของเครื่อง PSP ไปแล้วครับ ดูรีวิวเว็บไซต์ใดก็ต้องเห็นรูปแบบนี้ทุกเว็บ ผมเองก็ไม่พลาดมุมแบบนี้ครับ


รูปที่ 11-12 ปุ่มด้านหน้าของตัวเครื่องทั้งหมด

ด้านบนของตัวเครื่องประกอบไปด้วยปุ่ม L, ช่องอินฟราเรด, รูสำหรับยึดกับอุปกรณ์เสริม, mini USB เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์, ปุ่มเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD และปุ่ม R ตัวปุ่ม Lและ R เป็นพลาสติกใส มีอักษรกำกับทางด้านบน การกดที่ถูกต้องคือการกดลงไปตรงๆ หากกดตรงมุมๆ บางครั้งอาจจะไม่มีการตอบสนองเนื่องจากยางควบคุมการทำงานเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม เมื่อกดที่มุมของปุ่ม L และ R จึงไม่ได้เป็นการกดยางควบคุมการทำงานไปด้วย ช่องอินฟราเรดในขณะนี้ยังไม่ทราบหน้าที่หลัก เนื่องจากไม่สามารถรับส่งไฟล์ผ่านอินฟราเรดได้ แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่าน่าจะใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Sony เอง เช่น remote control หรือกล้องดิจิตอลของ Sony


รูปที่ 13 ด้านบนของตัวเครื่อง


รูปที่ 14-15 ปุ่ม L, ช่องอินฟราเรด, รูยึดอุปกรณ์เสริมและ mini USB

ปุ่มเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD เป็นโลหะสีเงินเช่นเดียวกับแกนกลางของตัวเครื่อง มีปุ่มนูนเล็กๆ เพื่อยึดเข้ากับปลายนิ้ว ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก เมื่อเลื่อนเปิดออกจะพบเขี้ยวล็อคช่องสำหรับใส่แผ่น UMD ทางด้านบน ตัวช่องสำหรับใส่แผ่น UMD เป็นโลหะสีเงินขนาดพอดีกับแผ่น UMD เมื่อใส่แผ่น UMD ไปจนสุดจะเป็นการล็อคตัวแผ่นไว้ เวลาเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD ตัวแผ่นจะเด้งออกมาเอง ดังนั้นจึงไม่ควรเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD เมื่อเครื่องทำงานอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุที่ทำให้แผ่น UMD เสียหายได้


รูปที่ 16 ปุ่มเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD


รูปที่ 17 ลองเปิดช่องสำหรับแผ่น UMD จะพบตัวล็อคช่องสำหรับแผ่น UMD ทางด้านหน้า


รูปที่ 18-19 เมื่อนำแผ่น UMD ใส่เข้าไป

กลไกการอ่านข้อมูลคล้ายคลึงกับเครื่องเล่น VCD/DVD หรือเครื่องเล่นเกมอื่นๆ เราจะเห็นมอเตอร์และหัวอ่านข้อมูลทางในด้านของเครื่อง PSP คำเตือนเรื่องการสัมผัสหัวอ่านยังคงพบได้ในคู่มือ ถึงแม้ว่าหัวอ่านจะอยู่ด้านใน แต่คงต้องระวังเรื่องฝุ่นและของเหลวต่างๆ ที่อาจจะเข้าไปภายใน ตอนที่เปลี่ยนแผ่น UMD


รูปที่ 20 มอเตอร์และหัวอ่านของเครื่อง PSP

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยสวิทช์สำหรับเปิดการทำงาน Wireless LAN และช่องสำหรับเมมโมรีการ์ดซึ่งสนับสนุนเฉพาะการใช้งาน Memory Stick Duo หรือ Memory Stick PRO Duo เท่านั้น ไม่สนับสนุนเมมโมรีการ์ดชนิดอื่นๆ อันนี้ต้องระมัดระวังในการซื้อเมมโมรีการ์ดให้ดีครับ ผมเห็นพ่อค้าบางคนหลอกลูกค้าว่า PSP ใช้ SD card หรือ Memory Stick แบบธรรมดา (แบบยาว) ได้ครับ ฝาปิดช่องในเมมโมรีการ์ดเป็นพลาสติกด้านสีดำ เช่นเดียวกับตัวเครื่อง PSP น่าตกใจที่ทาง sony ใช้ยางเป็นตัวยึดฝาปิดช่องเมมโมรีการ์ดเข้ากับตัวเครื่อง แทนที่จะใช้สลักแบบอื่น ซึ่งการใช้ยางนี้มีโอกาสที่จะขาดได้พอสมควร หากท่านที่เคยใช้เครื่อง Sony CLIE บางรุ่นจะพบว่าส่วนดังกล่าวนั้นจำเป็นที่เราต้องใช้งานอยู่บ่อยครั้ง (เช่น hotsync connector ของ Sony CLIE NZ90 ที่ต้องง้างยางนี้เพื่อทำการ hotsync ทุกครั้ง) สำหรับเครื่อง PSP ก็ใช้ยางแบบเดียวกันนี้ และตัวล็อคฝาปิดเป็นพลาสติกแข็งเล็กๆ สีดำ เรียกว่าล็อคกับเครื่องนิดเดียวครับ ตรงจุดนี้โดยส่วนตัวผมให้เป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของเครื่อง PSP ครับ บางครั้งใช้ผ้าเช็ดตัวเครื่องไปโดนฝาปิดช่องเมมโมรีการ์ดก็เปิดแล้ว


รูปที่ 21 ด้านข้างของเครื่อง PSP


รูปที่ 22 ช่องสำหรับใส่เมมโมรีการ์ด มองจากด้านหลังของเครื่อง PSP


รูปที่ 23-24 การใส่ Memory Stick (PRO) Duo

ทางด้านขวาของตัวเครื่องมีเพียงปุ่มปิด/เปิดเท่านั้น โดยจากรูปหากเลื่อนไปทางขวาครั้งหนึ่งเป็นการเปิด หากเลื่อนไปทางขวาอีกครั้งจะเป็นการเข้าสู่ sleep mode ถ้าหากต้องการปิดเครื่องต้องเลื่อนปุ่มไปทางขวาค้างไว้ประมาณ 2 วินาทีขึ้นไป หากเลื่อนปุ่มไปทางซ้ายจะเป็นการเข้าสู่ hold mode ซึ่งจะไม่สามารถกดปุ่มใดๆ บนเครื่อง PSP ได้ (แก้ไขด้วยการเลื่อนปุ่มมายังตำแหน่งปกติ)


รูปที่ 25 ด้านขวาของตัวเครื่อง PSP

ด้านล่างของตัวเครื่องทางด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของ เหล็กสำหรับสายคล้องมือ, ช่องสำหรับ Audio Remote Control และรูลำโพง ส่วนทางด้านขวาจะมีรูลำโพง(อีกข้างหนึ่ง) และช่องต่อสำหรับชาร์จไฟ เหล็กสำหรับสายคล้องมือเป็นโลหะแข็งหนา จึงมั่นใจได้ว่าหากคล้องมือไว้ (และสายคล้องมืออยู่ในสภาพที่ดี) ตัวเครื่องจะไม่หล่นอย่างแน่นอน สำหรับช่อง Audio Remote Control นั้นแบ่งเป็นสองช่อง สามารถใส่ Audio Remote Control ที่มากับตัวเครื่อง PSP หรือจะใช้หูฟังขนาด 35 มิลลิเมตรมาใช้งานเพียงอย่างเดียวก็ได้ สำหรับรูลำโพงจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 รู แต่ถ้าหากฟังเสียงดีๆ จะพบว่าเสียงออกทางด้านล่างมากกว่า ทางด้านบนนั้นโดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นส่วน cone ของตัวลำโพง ข้อเสียของจุดนี้ก็คือมีโอกาสที่ฝุ่นเข้าไปได้สูงมาก เวลาเช็ดตัวเครื่องฝุ่นจากที่ต่างๆ ก็จะไปรวมกันในรูลำโพงทางด้านบนนี้ หรือบางครั้งอาจจะเป็นเหงื่อจากมือขณะใช้งาน ส่วนทางด้านขวามีช่องต่อสำหรับชาร์จไฟที่ต้องระมัดระวังอีกจุดหนึ่ง เพราะหากเสียหายอาจจะทำให้มีปัญหาในการชาร์จไฟได้ โดยผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะคิดว่าต้องระมัดระวังตรงส่วนกลมๆ ที่นำ AC adaptor มาต่อเท่านั้น แท้จริงแล้ว แถบเล็กๆ สองแถบนั้นก็สามารถทำหน้าที่ในการชาร์จไฟได้เช่นเดียวกัน


รูปที่ 26 เหล็กสำหรับสายคล้องมือและรูลำโพงทางด้านซ้าย


รูปที่ 27 ช่องสำหรับ Audio Remote Control


รูปที่ 28 ตำแหน่งชาร์จไฟทั้งสองของเครื่อง PSP

ด้านหลังของเครื่อง PSP นอกจากจะเป็นที่อยู่ของช่องสำหรับแผ่น UMD ดังที่ได้กล่าวมาแล้วก็ยังมีส่วนสำคัญอีกอันหนึ่ง นั่นคือช่องสำหรับแบตเตอรี่ ฝาปิดช่องแบตเตอรี่นี้เป็นพลาสติกด้านสีดำเช่นเดียวกับตัวเครื่อง ตัวล็อคแน่นหนา หากถอดแบตเตอรี่ออก ด้านในจะพบสติ้กเกอร์รับประกันอยู่ทางด้านใน และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับตัวเครื่อง PSP


รูปที่ 29 ด้านหลังของตัวเครื่อง PSP


รูปที่ 30 ฝาปิดช่องแบตเตอรี่


รูปที่ 31 ถอดแบตเตอรี่ออกจะพบรายละเอียดด้านใน

ภาคผนวก

หลังจากที่ทางโซนี่ได้วางจำหน่ายเครื่อง Playstation Portable (PSP) เวอร์ชันญี่ปุ่น (PSP-1000 และ PSP-1000 K) ก็ได้มีผู้ร้องเรียนถึงเรื่องปัญหาในการกดปุ่มสี่เหลี่ยมพอสมควร ผู้เสียหายหลายรายพยายามอธิบายถึงความผิดปกติดังกล่าว โดยมีรูปในอินเทอร์เน็ตมากมาย มีการโจมตีการออกแบบของทางโซนี่ที่ออกแบบให้ปุ่มสี่เหลี่ยมอยู่ใกล้กับจอมากเกินไป ส่งผลให้กดปุ่มสี่เหลี่ยมได้ลำบาก หรือแม้กระทั่งการวางตำแหน่งปุ่มสี่เหลี่ยมไม่ตรง ดังในรูป


รูปที่ 32 รูปที่มีผู้พยายามอธิบายเกี่ยวกับปุ่มสี่เหลี่ยม

จากการวางตำแหน่งปุ่มสี่เหลี่ยมดังรูป หากเรากดปุ่มสี่เหลี่ยมค่อนไปทางด้านซ้าย (ใกล้หน้าจอ) จะทำให้ไม่ตอบสนอง หรือตอบสนองน้อย (ต้องกดย้ำๆ หรือปุ่มตอบสนองไปสักพักแล้วหยุดการทำงาน) แต่หากกดปุ่มสี่เหลี่ยมค่อนไปทางด้านขวา จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ทางโซนี่ปฏิเสธที่จะทำการแก้ไขในเครื่อง PSP รุ่นต่อๆ ไป ซึ่งก็มีข่าวลือออกมาว่าทางโซนี่ได้ทำการแก้ไขในเรื่องดังกล่าวแล้ว สำหรับเครื่องเวอร์ชัน US (PSP-1001K) หรือเครื่องเวอร์ชันญี่ปุ่นล๊อตใหม่ๆ จะไม่พบปัญหานี้แล้ว แต่โดยส่วนตัวที่ทดลองกับเครื่องตนเองและเครื่องใหม่ๆ ที่พาเพื่อนๆ หลายท่านไปซื้อในแหล่งขาย PSP ใหญ่ๆ เช่นมาบุญครองเซ็นเตอร์หรือสะพานเหล็ก แม้กระทั่งเครื่องที่เพื่อนผมเพิ่งซื้อมาจากญี่ปุ่นก็ยังรู้สึกได้ถึงปัญหาดังกล่าวนี้ครับ

สำหรับบทความในตอนที่สอง ผมคงจบไว้เพียงเท่านี้ครับ

ย้อนกลับไปอ่านบทความตอนที่หนึ่ง คลิ้กที่นี่ครับ


Reviewer : Silasak Kaewmaneerat (blue_wind)
Email : webmaster@thaipsp.net
Date : 18 April 2005

© Copyright 2005-2007. www.thaipsp.net All rights reserved. Contact : webmaster@thaipsp.net